เข้าใจวิวัฒนาการของสเตเบิลคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบบบ้านๆ เข้าใจง่าย สำหรับคนทั่วไปที่อยากก้าวเข้าสู่โลกสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และถูกกฎหมาย
USDT (Tether) คือสเตเบิลคอยน์ที่ผูกมูลค่าไว้กับเงินดอลลาร์สหรัฐในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ออกโดยบริษัท Tether โดยมีสินทรัพย์หนุนหลัง เช่น เงินสดและตราสารหนี้ระยะสั้นของรัฐบาลสหรัฐฯ
ในโลกคริปโต USDT ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสำคัญ ใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยน เก็บมูลค่าในช่วงตลาดผันผวน และเป็นคู่เทรดหลักบนแทบทุกกระดานเทรดทั่วโลก
ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาคือ USDT ถูกออกแบบให้อยู่บนหลายบล็อกเชนแยกจากกัน เช่น Ethereum, Tron, TON โดยแต่ละเชนมีสัญญา (contract) ของตัวเอง เมื่อมีบล็อกเชนใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ Tether ไม่สามารถออกเหรียญ native บนทุกเชนได้ทันที ช่องว่างนี้จึงถูกเติมเต็มด้วยเหรียญ "wrapped" จากผู้ให้บริการสะพานเชื่อม (bridge) ต่างๆ ซึ่งแต่ละเจ้าก็มีมาตรฐานความปลอดภัยไม่เหมือนกัน ทำให้สภาพคล่องกระจัดกระจายและสร้างความสับสนให้ผู้ใช้
เรื่องราวเริ่มต้นวันที่ 16 มกราคม 2025 เมื่อ Tether จับมือกับ LayerZero Labs เปิดตัว USDT0 เวอร์ชันโอมนิเชน (omnichain) ของ USDT โดยมีทีม Everdawn Labs เป็นผู้พัฒนาและดูแลระบบภายใต้สิทธิ์จาก Tether ไม่ใช่ Tether ออกเองโดยตรง
USDT0 สร้างขึ้นบนมาตรฐาน OFT (Omnichain Fungible Token) ของ LayerZero ซึ่งใช้กลไก "ล็อกแล้วสร้าง" (lock-and-mint) แทนสะพานเชื่อมแบบดั้งเดิม กล่าวคือ USDT ต้นทางจะถูกล็อกไว้ในสัญญาบน Ethereum ส่วนเชนปลายทางจะได้รับ USDT0 ที่ถูกสร้างขึ้นในจำนวนเท่ากันแบบ 1 ต่อ 1
เชนแรกที่ USDT0 เปิดใช้งานคือ Ink จากนั้นขยายตัวอย่างรวดเร็วไปยังเชนอื่นๆ เช่น Arbitrum, Berachain, HyperEVM, Flare, Unichain และอีกกว่า 20 เชนภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี
เดือนกันยายน 2025 OKX เข้าร่วมโครงการ นำ USDT0 ไปใช้บน X Layer, OKX Wallet และ OKX Exchange ทำให้เข้าถึงผู้ใช้จำนวนมากขึ้น และในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Tether ได้ประกาศลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน LayerZero Labs ตอกย้ำว่าโครงสร้างพื้นฐานนี้จะเป็นแกนหลักของการขยายตัวข้ามเชนของ Tether ต่อไป
ภายในปีแรก USDT0 มีมูลค่าการโอนข้ามเชนสะสมกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นหนึ่งใน OFT ที่มีการใช้งานมากที่สุดในระบบนิเวศของ LayerZero
แก้ปัญหาสภาพคล่องกระจัดกระจาย แทนที่จะมีเหรียญ wrapped USDT หลายเวอร์ชันจากผู้ให้บริการสะพานเชื่อมหลายราย USDT0 รวมทุกอย่างให้ผ่านสัญญา OFT มาตรฐานเดียวในแต่ละเชน
เปิดทางให้เชนใหม่มีสภาพคล่อง USDT ได้เร็วขึ้น เชนหรือแอปพลิเคชันใหม่ที่ Tether ยังไม่ได้ออกเหรียญ native ให้ สามารถใช้ USDT0 เพื่อเริ่มต้นสภาพคล่องได้ทันทีโดยไม่ต้องรอกระบวนการออกเหรียญอย่างเป็นทางการ
ลดต้นทุนและความซับซ้อนในการโอนข้ามเชน ผู้ใช้และธุรกิจที่ทำงานบนหลายเชนพร้อมกัน เช่น โต๊ะเทรดหรือคลังสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถกระทบยอดบัญชีและเคลื่อนย้ายมูลค่าได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งสะพานเชื่อมที่มีมาตรฐานความปลอดภัยต่างกันในแต่ละเส้นทาง
วางรากฐานสำหรับสินทรัพย์ประเภทอื่นในอนาคต แนวคิดแบบเดียวกันถูกนำไปต่อยอดกับสินทรัพย์อื่นของ Tether เช่น XAUt0 ซึ่งเป็นเวอร์ชันโอมนิเชนของโทเคนทองคำ แสดงให้เห็นว่าโมเดลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สเตเบิลคอยน์เท่านั้น
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป การโอนมูลค่าข้ามบล็อกเชนทำได้ง่ายและถูกลงกว่าเดิม ไม่ต้องพึ่งสะพานเชื่อมของบุคคลที่สามหลายเจ้าที่มีความน่าเชื่อถือแตกต่างกัน
สำหรับนักพัฒนาและโปรโตคอลใหม่ สามารถเริ่มต้นสภาพคล่องสเตเบิลคอยน์ได้เร็วขึ้นมาก เพราะไม่ต้องรอ Tether ออกเหรียญ native บนเชนของตัวเอง
ในเชิงโครงสร้าง ระบบทั้งหมดเริ่มพึ่งพาโครงข่ายส่งข้อความของ LayerZero มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกลายเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญเพียงจุดเดียวของการทำงานข้ามเชนทั้งหมด หากเกิดปัญหาที่ชั้นนี้ ย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
ผู้ถือ USDT0 มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่งเมื่อเทียบกับผู้ถือ USDT ต้นฉบับ เพราะต้องพึ่งพาทั้งความน่าเชื่อถือของทุนสำรอง Tether ความปลอดภัยของสัญญา OFT และการยืนยันข้อความข้ามเชนของเครือข่ายผู้ตรวจสอบ (DVN) ไปพร้อมกัน
ในเชิงตัวเลข ปริมาณการใช้งานเติบโตอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี สะท้อนว่าตลาดให้การยอมรับแนวทางนี้ในการแก้ปัญหาสภาพคล่องข้ามเชน แต่ก็มาพร้อมกับการกระจุกตัวของความเสี่ยงไว้ที่โครงสร้างพื้นฐานเพียงไม่กี่ชั้นเช่นกัน
USDT0 ไม่ใช่ USDT เวอร์ชันใหม่ที่ Tether ออกเอง แต่เป็นตัวแทนแบบโอมนิเชนที่ดำเนินการโดย Everdawn Labs ภายใต้สิทธิ์จาก Tether และใช้โครงสร้างของ LayerZero
กลไกหลักคือ "ล็อกแล้วสร้าง" USDT ต้นฉบับจะถูกล็อกไว้ในสัญญาบน Ethereum ส่วนเชนปลายทางจะได้รับ USDT0 ที่ถูกสร้างขึ้นในจำนวนเท่ากันเสมอ ไม่มีการสร้างเหรียญเกินกว่าจำนวนที่ถูกล็อกไว้
การแปลงกลับเป็น USDT ทำได้โดยเผา (burn) USDT0 บนเชนที่ถืออยู่ ระบบจะปลดล็อก USDT จำนวนเท่ากันบน Ethereum ให้ผู้ใช้
สิทธิ์ในการอายัด (freeze) เหรียญยังคงอยู่ที่ Tether เช่นเดิม เพราะเป็น USDT ต้นฉบับที่ถูกล็อกไว้จริง อำนาจสุดท้ายของระบบจึงยังขึ้นอยู่กับ Tether
ความเสี่ยงที่เพิ่มเข้ามาเมื่อเทียบกับ USDT ปกติ ได้แก่ ความเสี่ยงของสัญญา OFT ที่สามารถอัปเกรดได้ (upgradeable) ความเสี่ยงจากเครือข่ายผู้ตรวจสอบข้อความ (DVN) ของ LayerZero และความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละเชนปลายทางที่ USDT0 ไปวางตัวอยู่
เนื้อหาทั้งหมดในเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือคำชักชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด
สินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูงและมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ก่อนใช้งานแพลตฟอร์มหรือกระเป๋าเงินดิจิทัลใดๆ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าถูกต้องตามกฎหมายในประเทศที่ตนอาศัยอยู่
ควรเก็บรักษากุญแจส่วนตัว (private key) และข้อมูลสำคัญไว้อย่างปลอดภัย ไม่เปิดเผยให้บุคคลอื่นทราบไม่ว่ากรณีใดก็ตาม