Advanced Trading Manual · Bitkub Exchange

คู่มือ Bitkub ฉบับสูง
จัดการกระดานเทรดขั้นเทพ

สำหรับนักเทรดที่ผ่านพื้นฐานมาแล้วและต้องการยกระดับ — ตั้งแต่การเลือกประเภทคำสั่งให้ตรงสถานการณ์ การอ่านกราฟแท่งเทียนร่วมกับอินดิเคเตอร์ ไปจนถึงกรอบการจัดการความเสี่ยงและพอร์ตแบบมีระบบ

Trading Fee
0.25%
ผู้กำกับดูแล
ก.ล.ต. + คลัง
Stop-Limit Support
13+ คู่เหรียญ
Chart Engine
TradingView
01

ประเภทคำสั่งซื้อขาย

เลือกประเภทคำสั่งให้ตรงกับเจตนา ไม่ใช่ใช้ Market Order เป็นค่าเริ่มต้นเสมอไป แต่ละแบบมีจุดแข็งและข้อจำกัดต่างกันชัดเจน

Market Order

คำสั่งตลาด

จับคู่ที่ราคาดีที่สุดในออเดอร์บุ๊กทันที เหมาะเมื่อต้องการความเร็วมากกว่าความแม่นยำของราคา

ตัวอย่าง: ตั้งขาย 1 ETH แบบ Market ที่ราคาตลาด 40,000 บาท ระบบจับคู่ทันทีโดยไม่รอ
ใช้เมื่อ: ต้องออกจากตลาดเร็ว / สภาพคล่องสูง
Limit Order

คำสั่งจำกัดราคา

กำหนดราคาที่ต้องการซื้อหรือขายไว้ล่วงหน้า ระบบจะจับคู่เมื่อราคาตลาดมาถึงจุดที่ตั้งไว้เท่านั้น ตรวจสอบสถานะได้ที่ My Open Orders

ตัวอย่าง: ซื้อ ETH ที่ 30,000 บาท แล้วตั้งขายล่วงหน้าที่ 34,000 บาท เพื่อล็อกกำไรโดยไม่ต้องเฝ้าจอ
ใช้เมื่อ: มีเป้าราคาชัดเจน / ไม่ต้องการ slippage
Stop Order

คำสั่งกำหนดเงื่อนไข

คล้าย Limit แต่กำหนดเป็นกรอบราคา ไม่ใช่ราคาเดียว เหมาะสำหรับการเข้า/ออกแบบล็อตใหญ่ที่ต้องการความยืดหยุ่นของช่วงราคา

ตั้งกรอบราคาขั้นต่ำที่ยอมรับได้ในช่อง Limit Price ระบบคำนวณส่วนต่างเป็น % ให้ดูก่อนยืนยัน
ใช้เมื่อ: ซื้อ/ขายปริมาณมาก / ต้องการกรอบราคา
Stop-Limit Order

คำสั่งสองชั้น

ผสาน Stop Price (จุดกระตุ้น) กับ Limit Price (ราคาส่งคำสั่งจริง) เมื่อราคาตลาดแตะ Stop Price ระบบจะยิง Limit Order ให้อัตโนมัติ ปัจจุบันรองรับ BTC, ETH, USDT, DOGE, ADA, XRP, BNB, IOST, KUB, DOT, NEAR, ALPHA, CRV

ถือ ETH ที่ 82,000 บาท คาดว่าถ้าหลุด 80,000 (Stop) จะลงต่อ → ตั้งขายที่ 78,000 (Limit) เพื่อตัดขาดทุนแบบกำหนดราคาต่ำสุดที่รับได้
ใช้เมื่อ: ตัดขาดทุน (Cut Loss) / ล็อกกำไรแบบมีเงื่อนไข
§

ข้อจำกัดที่มือเก๋าต้องรู้

คำสั่ง Limit Buy มีเพดานราคาที่ตั้งได้ ห้ามสูงหรือต่ำกว่าราคากลางตลาดเกิน 20% เพื่อป้องกันคำสั่งที่ผิดปกติ และคำสั่งที่ตั้งไว้จะคงอยู่ในระบบจนกว่าจะยกเลิกเองหรือจับคู่สำเร็จ — ฉะนั้นอย่าลืมเช็ก Open Orders เป็นระยะ

02

การอ่านกราฟแท่งเทียน

กระดาน Bitkub ใช้ TradingView เป็น chart engine หลัก รองรับกราฟเส้น แท่งแบบ bar และแท่งเทียน พร้อมระบบวาดเส้นและ indicator แบบเดียวกับที่นักเทรดมืออาชีพทั่วโลกใช้

KUB / THB · 1H ▲ 52.40

โครงสร้างแท่งเทียนหนึ่งแท่งบอกข้อมูล 4 จุดในกรอบเวลาเดียว ได้แก่ราคาเปิด (Open) สูงสุด (High) ต่ำสุด (Low) และปิด (Close) — ตัวแท่งสีเขียวหมายถึงปิดสูงกว่าเปิด (แรงซื้อชนะ) ส่วนสีแดงคือปิดต่ำกว่าเปิด (แรงขายชนะ) ไส้เทียนด้านบนและด้านล่างบอกช่วงราคาที่แกว่งไปแล้วถูกดึงกลับภายในแท่งเดียวกัน

§

Depth Chart และ Order Book

นอกจากกราฟราคา ให้สังเกตออเดอร์บุ๊กควบคู่กัน ฝั่งซื้อ (Bid) และฝั่งขาย (Ask) ที่กองตัวหนาแน่นในช่วงราคาใดบ่งบอกแนวรับ-แนวต้านที่ตลาดให้น้ำหนัก มากกว่าการดูกราฟราคาเพียงอย่างเดียว

03

Indicator ที่ควรรู้จัก

เพิ่ม indicator ผ่านเมนูบนชาร์ต TradingView ของ Bitkub เพื่อยืนยันสัญญาณราคาด้วยข้อมูลเชิงปริมาณ ไม่ควรใช้ตัวเดียวตัดสินใจ แต่ผสานหลายมุมมองเข้าด้วยกัน

Indicator ใช้วัดอะไร สัญญาณที่มักดู
MA / EMA ทิศทางแนวโน้มเฉลี่ยของราคาในช่วงเวลาที่กำหนด ลดสัญญาณรบกวนจากความผันผวนระยะสั้น เส้นค่าเฉลี่ยสั้นตัดขึ้นเหนือเส้นยาว มักตีความเป็นแนวโน้มขาขึ้น (Golden Cross) และตัดลงเป็นขาลง (Death Cross)
RSI ความแรงของแรงซื้อเทียบแรงขายในช่วง 14 แท่งล่าสุด แสดงเป็นค่า 0–100 เหนือ 70 มักตีความว่าซื้อมากเกินไป (Overbought) ต่ำกว่า 30 คือขายมากเกินไป (Oversold) — ใช้ระวังจังหวะกลับตัว ไม่ใช่สัญญาณเข้าออกทันที
MACD โมเมนตัมของแนวโน้มจากความต่างของเส้นค่าเฉลี่ยสองช่วงเวลา เส้น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal บ่งชี้โมเมนตัมเปลี่ยนเป็นบวก แท่ง Histogram ที่หดตัวมักเตือนแนวโน้มกำลังอ่อนแรง
Volume ปริมาณเหรียญที่เปลี่ยนมือในแต่ละแท่งเวลา ไม่ใช่มูลค่าตลาดรวม ราคาขึ้นพร้อมวอลุ่มหนาแน่นยืนยันแนวโน้มน่าเชื่อถือกว่าราคาขึ้นบนวอลุ่มเบาบาง
Order Book Depth ปริมาณคำสั่งซื้อ-ขายที่รออยู่ในแต่ละระดับราคา สะท้อนสภาพคล่องจริง กำแพง Bid/Ask หนาในระดับราคาใดทำหน้าที่เป็นแนวรับ-แนวต้านเชิงโครงสร้าง แตกต่างจากแนวรับ-ต้านที่ได้จากกราฟราคาอย่างเดียว
04

การจัดการความเสี่ยง

สิ่งที่แยกนักเทรดที่อยู่รอดในระยะยาวกับที่ระเบิดพอร์ตไม่ใช่ "ทายราคาถูก" แต่คือกรอบวินัยที่ใช้ก่อนกดส่งคำสั่งทุกครั้ง

01

จำกัดความเสี่ยงต่อไม้ (Risk per Trade)

กำหนดเพดานขาดทุนสูงสุดต่อการเทรดหนึ่งครั้งเป็น % ของพอร์ตรวม ไม่ใช่จำนวนเหรียญตายตัว — นักเทรดส่วนใหญ่ใช้ช่วง 1–2% เพื่อให้พอร์ตทนต่อแพ้ติดต่อกันหลายไม้ได้

02

ตั้ง Stop-Limit ก่อนเข้าไม้เสมอ

กำหนดจุดตัดขาดทุนพร้อมกับจุดเข้า ไม่ใช่ตัดสินใจหลังเห็นราคาวิ่งผิดทาง อารมณ์ ณ ขณะนั้นมักทำให้ตัดสินใจช้าเกินไป

03

Risk : Reward อย่างน้อย 1:2

เป้ากำไรควรมากกว่าระยะที่ยอมขาดทุนอย่างน้อยสองเท่า เพื่อให้ระบบยังทำกำไรสะสมได้แม้ชนะเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนไม้ทั้งหมด

04

คำนึงค่าธรรมเนียมสะสม

ค่าธรรมเนียมเทรด 0.25% ต่อรายการคิดทั้งฝั่งซื้อและขาย การเข้าออกบ่อยเกินไปในกลยุทธ์ scalping กัดกำไรได้มากกว่าที่คาด ควรคำนวณ breakeven point รวมค่าธรรมเนียมก่อนตั้งเป้า

ตัวอย่างคำนวณขนาดไม้

พอร์ตรวม 100,000 บาท
ความเสี่ยงที่รับได้ (1.5%) 1,500 บาท
จุดเข้า 82,000 บาท
จุด Stop-Limit 78,000 บาท
ระยะเสี่ยงต่อหน่วย 4,000 บาท
ขนาดไม้ที่เหมาะสม 0.375 ETH
05

การจัดพอร์ตโฟลิโอ

การกระจายน้ำหนักสินทรัพย์ตามระดับความเสี่ยงช่วยลดความผันผวนรวมของพอร์ต โดยไม่ต้องพึ่งการจับจังหวะตลาดที่แม่นยำตลอดเวลา

BTC / ETH — สินทรัพย์หลัก50%
Large-cap Altcoin (BNB, XRP, DOT)25%
Mid/Small-cap เสี่ยงสูง15%
เงินสด THB / สำรองเข้าไม้ใหม่10%
§

Rebalancing

เมื่อสัดส่วนสินทรัพย์ใดเติบโตจนเกินน้ำหนักเดิมเกิน 5–10 จุด ให้พิจารณาขายส่วนเกินกลับมาเป็นเงินสดหรือสินทรัพย์หลัก เพื่อรักษากรอบความเสี่ยงที่ตั้งใจไว้ ไม่ใช่ปล่อยให้พอร์ตเอียงไปตามความผันผวนของราคา

06

เช็กลิสต์ก่อนกดส่งคำสั่ง

รวมขั้นตอนตรวจสอบสั้น ๆ ที่ใช้ได้ก่อนทุกการเข้าไม้ ไม่ว่าจะเทรดสายเทคนิคัลหรือสาย swing

07

ศัพท์เทรดที่ควรรู้

รวมคำศัพท์ที่ปรากฏซ้ำบนกระดานเทรดและในบทสนทนาของนักเทรดไทย

Slippage
ส่วนต่างระหว่างราคาที่คาดว่าจะได้กับราคาที่จับคู่จริง มักเกิดกับ Market Order ในตลาดที่สภาพคล่องต่ำ
Fee Credit
เครดิตส่วนลดค่าธรรมเนียมที่ใช้กับตลาด THB เท่านั้น ไม่สามารถถอนหรือโอนได้ ใช้อัตโนมัติเมื่อมีรายการซื้อขาย
Maker / Taker
Maker คือคำสั่งที่เข้าไปรออยู่ในออเดอร์บุ๊ก (เช่น Limit) ส่วน Taker คือคำสั่งที่จับคู่ทันที (เช่น Market)
Support / Resistance
แนวรับคือระดับราคาที่แรงซื้อมักเข้ามาหนาแน่น แนวต้านคือระดับที่แรงขายมักเข้ามาหนาแน่น
Drawdown
ขนาดการลดลงของมูลค่าพอร์ตจากจุดสูงสุดก่อนหน้า ใช้วัดความเสี่ยงสะสมของกลยุทธ์
Cut Loss
การตัดขาดทุนตามจุดที่วางแผนไว้ล่วงหน้า มักทำผ่าน Stop-Limit เพื่อตัดอารมณ์ออกจากการตัดสินใจ